แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามิน แสดงบทความทั้งหมด

ผลไม้ 7 ชนิด ทีดีต่อสุขภาพ

สวัสดีครับเอาใจคนชอบทานผลไม้อีกหน่อย อยากถามเพื่อนๆว่า เพื่อนๆชอบทาน ผักและผลไม้อะไรบ้างครับ แล้วรู้รึเปล่าว่าได้ประโยชน์ วันนี้มีผักและ ผลไม้ที่ให้คุณค่าทางอาหารโดยตรงมาฝากครับ ลองอ่านดูนะครับ

จากที่ได้เคยแนะนำผลไม้นานาประโยชน์ไปแล้ว
จากบทความ ลูกพรุนกินแล้วดี สุดยอดผักผลไม้บำรุงสายตา  รวมประโยชน์ของผลไม้แต่ละชนิด ก็จะขอแนะนำเพิ่มให้อีกนะครับ
 

    ลูกพรุน_ผลไม้กินแล้วดี

  1. ลูกพรุน เป็นแหล่งโปแตสเซียม เหล็ก และไฟเบอร์ชั้นดี ที่สำคัญลูกพรุนยังช่วยให้สาวๆ มีเลือดฝาดดูเป็นสาวสดใส ยิ่งโดยเฉพาะสาวๆ ที่มีอายุ 25 ขึ้นไปร่างกายจะเริ่มเสื่อมโทรม ไขมันจะเริ่มสะสมตามที่ต่างๆ ผิวหน้าก็อาจจะหมองคล้ำลง ธาตุเหล็กที่มีในลูกพรุนจะช่วยดูแลเรื่องนี้ควบคู่กับภาวะที่สตรีต้องสูญเสียเลือดและธาตุเหล็กไปกับประจำเดือนอีกด้วย

วิตามินพี หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ (Vitamin P / Bioflavonoids)

วิตามินพี หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์
วิตามินพี หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bioflavonoids จัดเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ประกอบด้วยสารที่มีสีสดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพบมากในผักและผลไม้โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว จะเห็นคู่กับ วิตามินซี เสมอ แต่จะไม่พบในวิตามินที่สังเคราะห์ขึ้นมา ประโยชน์ของวิตามินพีจะช่วยในเรื่องการดูดซึมวิตามินซี ทำให้การทำงานของวิตามินซีมีประสิทธิภาพดีขึ้น อาการขาดวิตามินพีจะคล้ายกับอาการขาดวิตามินซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาการที่มีเลือดออก เช่น เลือดออกตามไรฟัน เพื่อให้วิตามินมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี ควรรับประทานควบคู่กับวิตามินซี เพื่อจะได้ช่วยส่งเสรมการทำงานของวิตามินทั้งสอง เพื่อก่อให้เกิดประสิทะภาพสูงสุด


วิตามินพี หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ (Vitamin P / Bioflavonoids)
ข้อมูลทั่วไป

ายในน้ำ ระยะหลังจะมีการเรียกชื่อวิตามินพี ว่าเป็น Bioflavanoid ซึ่งจะเห็นร่วมกับวิตามินซี เสมอ แต่ในวิตามินซีสังเคราะห์จะไม่เจอวิตามินพี

ประโยชน์ต่อร่างกาย

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของวิตามินซี และช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ช่วยให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดการมีไข้ รวมทั้งช่วยช่วยป้องกันเลือดออกเช่นที่เหงือก

แหล่งที่พบ

มะนาว ส้มโอ ลูกพลับ องุ่น แอพริคอท ข้าวสาลีกล้อง เชอรี่ พริกหวาน มะเขือเทศ มะละกอ บรอคโคลี่ แคนตาลูป โดยเฉพาะแก่นสีขาวตรงกลางของผลไม้รสเปรี้ยว ดังที่กล่าวมาข้างต้น

ผลของการขาด

จะมีอาการคล้าย ขาดวิตามินซี พบเลือดออกง่าย มีรอยจ้ำดำใต้ผิวหนัง เนื่องจากเส้นหลอดเลือดฝอยแตกง่าย

ประโยชน์และการเลือกซื้อ Vitamin C

Vitamin C คุณประโยชน์
วิตามินซี เป็นวิตามิน ที่สามารถ “สลายในน้ำ” ได้ และถูกขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ วิตามินเหล่านี้ไม่ถูกสะสม เมื่อเราบริโภคเกินความจำเป็น แต่วิตามินซีถ้ารับปริมาณมากๆอาจทำให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ได้เช่นกัน

นั่น หมายความว่า เราต้องบริโภคเกือบทุกมื้อและทุกวัน อยู่ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็มีโอกาสขาดวิตามินซี อย่างแน่นอน เราจึงมักพบว่าโอกาสของการขาดวิตามิน ที่ละลายในน้ำ มีมากกว่าวิตามินที่ละลายในไขมัน

ประโยชน์ของวิตามิน ซี

1.สร้างคอลลาเจน (โปรตีน และเนื้อเยื่อประสาท)
    เส้นใยคอลลาเจน
  • ในทางการแพทย์พบว่า วิตามินซี เป็นวิตามินที่มีประโยชน์สูงมากๆ เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ คอลลาเจนเส้นใยคอลลาเจน
  • วิตามิน ซี เป็นตัวช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยในการสมานแผลผ่าตัด และไฟไหม้ และแผลในกระเพาะอาหาร ฯลฯ
เหตุนี้เอง หลังผ่าตัดแพทย์มักจะให้ วิตามินซี กับผู้ป่วยในปริมาณที่เหมาะสม เพราะวิตามินซีจะไปเกาะยึดกับเนื้อเยื่อโปรตีน ส่งผลให้เหนียว และแข็งแรงทนทานยิ่งขึ้น

ผลข้างเคียงของวิตามินซี

Vitamin C

วิตามินซีในสถานการณ์เช่นนี้ ไข้หวัดกำลังถามหา และคุณก็คงจะหายาป้องกันใช้ไหมละครับ และคุณก็อาจจะรู้ว่าวิตามินซีก็เป็นยาชนิดหนึ่งที่ช่วยลดหวัดได้ อย่าเพิ่งฉวยวิตามินซี แล้วโยนเข้าปากเหมือนลูกอม เพราะการรับประทานวิตามินซีมากเกินไป อาจเป็นสาเหตุของกาเกิดนิ่วในไตได้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันสเตทให้ผู้เข้าร่วมการศึกษา 48 คน รับประทานวิตามินซีขนาด 2,000 มิลลิกรัม หรือสูงกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน (90 มิลลิกรัม) มากกว่า 22 เท่า ติดต่อกันเกิน 6 วัน พบว่าร้อยละ 40 ของผู้เข้าร่วมทดสอบ มีระดับของตะกอนแคลเซี่ยมออกซาเลตในทางเดินปัสสะวะเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 10 ตะกอนดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญของนิ่วในไต ขอแนะนำว่า "แทนที่จะทานวิตามินซีในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขนาดสูงๆลองเปลี่ยนไปทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีแทน" น้ำส้มหรือน้ำฝรั่งแก้วใหญ่มีวิตามินซีไม่ต่ำกว่า 200 มิลลิกรัม ถ้ากลัวไม่พอจะทานเพิ่มสัก 500 มิลลิกรัมก็ยังไหว

10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นางนัทยา จงใจเทศ  กล่าวว่า จากการทำวิจัย “องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้” ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า
ผลไม้ไทย สารต้านมะเร็ง

ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ
1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต
ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลือง

ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย

Vitamin C เม็ด ใครกินอยู่เชิญทางนี้

ถ้าพูดถึงตอนเด็ก ๆ หลายคนชอบกินวิตามินซีชนิดเม็ด เพราะคุณพ่อคุณแม่หาซื้อมาประเคนหรือเคยได้รับจากโรงพยาบาล หรือร้านขายยาอื่นๆ นัยว่าป้องกันโรคลักปิดลักเปิด สร้างภูมิต้านทานโรค ก็ว่ากันไปพอโตขึ้นหลายคนก็ยังกินอยู่ เพราะสะดวก หรือบางคนอาจจะไม่ชอบกินผลไม้ แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า วิตามินซี (Vitamin C) ชนิดเม็ดที่ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อและหลายรส ทำมาจากอะไร หรือมีประโยชน์อย่างไร
ดังนั้นเพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ “X-RAY สุขภาพ” จึงมาพูดคุยกับ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

ลูกพรุน ผลไม้สุขภาพ

ลูกพรุน เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ (เส้นใย) ธาตุเหล็กสูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและสังกะสี ลูกพรุนมีไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย และสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ มีคุณสมบัติ สามารถอุ้มน้ำไว้ระหว่างใย จึงทำให้กากอาหารนิ่ม และมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงาน ของลำไส้ ให้มีการเคลื่อนไหวบีบตัว ได้ดีขึ้น จึงทำให้ท้องไม่ผูก องค์ประกอบที่วิเศษ อีกอย่างของลูกพรุนคือ เป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้ จึงทำหน้าที่ ไปขัดขวาง การดูดซึมของไขมัน และน้ำตาลในเลือด ซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุ ที่เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ที่อาจเกิดอันตรายได้หากมีการเบ่งอุจจาระแรง
ลูกพรุน

ในลูกพรุนมีกากใยธรรมชาติ Dietary fiber จำนวนมากหลายชนิด ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ กากใยอาหารนี้มีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ และจากการทดลองรับประทานลูกพรุน พบว่าสามารถลดไขมันในเลือด (LDL cholesterol) ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงได้ พบว่ากลไกดังกล่าวเกิดจากกากใยอาหารชนิด เซลลูโลสซึ่งละลายน้ำไม่ได้ และเพ็คตินซึ่งละลายน้ำได้