แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพความงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพความงาม แสดงบทความทั้งหมด

โลชั่นธรรมชาติลดเลือนริ้วรอย

ลดเลือนริ้วรอย ด้วยโลชั่น จากธรรมชาติ
ไม่ว่าชายหรือหญิง เมื่อริ้วรอยย่างกรายปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นต้องกังวลด้วยกันทั้งนั้น บางคนคิดไม่ตกถึงขั้นพึ่งมีดหมอศัลยกรรมยกหน้า บ้างก็ขอสวยๆ หล่อๆ แบบเจ็บจี๊ดๆ ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ช่วยคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า ถือเป็นการลดเลือนริ้วรอยชั่วคราว แต่ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเป็นอัมพาต แม้ตึงสวยแต่ขาดชีวิตชีวา ไม่เป็นธรรมชาติ
โลชั่นธรรมชาติลดเลือนริ้วรอย

แต่ทว่า อยากชะลอริ้วรอย โดยไม่พึ่งมีดหมอหรือสารเคมี เอาใบหน้างาม ๆ ไปเสี่ยงอันตราย มุมสุขภาพ-สามัญประจำบ้าน เตรียมสูตรโลชั่นจากธรรมชาติ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ เพราะส่วนผสมนั้นสามารถหาได้ง่าย ๆ จากในบ้าน ในครัว
แค่เตรียม >> แตงกวาบด 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ขาว 1 ฟอง น้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดผสมรวมกัน ใช้สำลีชุบเนื้อครีมแล้วทาให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำเป็นประจำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มสดใส ริ้วรอยมาช้าแน่นอน

วิธีดูแลผมแตกปลาย และการสปาเส้นผมด้วยมะนาว

วิธีดูแลผมแตกปลาย ผมแห้งแตกปลาย เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่คุณสาวๆ ให้ความสำคัญไม่แพ้ปัญหา สิว วันนี้จึงเสนอวิธีการดูแลเส้นผมให้ปราศจากการแตกปลาย



อันดับแรก เป็นวิธีสะดวกรวดเร็ว ด้วยการเดินเข้าร้านทำผม ให้ช่างผมเล็มปลายผมออกสัก 2-3 เซนติเมตร จากนั้นกลับมาดูแลเส้นผมด้วยตัวเอง

โดยการหมักบำรุง วิธีทำ นำเบบี้ ออยล์ มาตั้งไฟอุ่นให้ร้อนพอประมาณ จากนั้นนำมาชโลมผมที่แห้งพอหมาด ๆ แล้วคลุมทับด้วยหมวกอาบน้ำ หรือผ้าขนหนูเปียกหมาด ๆ ทิ้งไว้ 30 นาที จึงสระออกด้วยแชมพูตามปกติ ทำเช่นนี้อาทิตย์ละครั้ง พบว่าเส้นผมที่ยาวขึ้นมาใหม่ ไม่แตกปลายอีกต่อไป สุขภาพเส้นผมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจนะครับ
สปาเส้นผมด้วยมะนาว สวยได้ด้วยมือเรา
ใครที่อยากมีผมสวย วันนี้มีเคล็ดลับการทำสปาให้กับเส้นผมด้วยมะนาวมาฝากกันครับ!!
มะนาว มีประโยชน์ต่อเส้นผม คือ จะช่วยดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้นุ่ม สวย แถมไม่ก่อให้เกิดรังแคอีกด้วย เพราะ มะนาวมีกรดเป็นธรรมชาติ ช่วยชำระล้างเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน ซึ่ง น้ำมันจากมะนาวยังมีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรีย สามารถทำความสะอาดและคืน สมดุลให้กับหนังศีรษะและเส้นผมช่วยลดความมันได้อีกด้วย
มะนาว บำรุงผม
ขั้นตอนการบำรุง เพียงนำน้ำมะนาว 8 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำบริสุทธิ์ครึ่งถ้วย แล้วคนน้ำมะนาวกับน้ำเข้าด้วยกัน นำมานวดลงบนหนังศีรษะและเส้นผมด้วยปลายนิ้วอย่างเบา ๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายและช่วยระบบหมุนเวียนของโลหิตและระบบประสาท และหมักทิ้งไว้สัก 2 -3 ชั่วโมงจึงล้างออก จะช่วยล้างรังแคเหนียว ๆ ที่ติดอยู่บนหนังศีรษะและช่วยทำให้เส้นผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม

ปัญหาริ้วรอย ที่ควรรู้

ปัญหาริ้วรอย
"ริ้วรอย" เป็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของผิวที่ผู้หญิงกังวลที่สุด เพราะคิดว่านั่นคือ เครื่องหมายการันตีความร่วงโรยแห่งวัย แต่ช้าก่อน!...ความจริงแล้วริ้วรอยมีหลายประเภท บางริ้วรอยที่มาอย่างถูกที่ถูกเวลาก็เสริมราศีให้เจ้าของได้เหมือนกัน มาทำความรู้จักกับเจ้าตัว (ที่คุณคิดว่า) ร้ายกันครับ
ส่วนวิธีแก้ไขสำคัญที่สุดคือ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย เช่น สูบบุหรี่จัด ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระตัวการ ทำลายคอลลาเจน การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ ทำให้เกิดเนื้อส่วนเกินจนผิวไม่กระชับ ความเครียดทำให้เกิดรอยย่นที่หน้าผาก ขมวดคิ้วบ่อยก็เป็นรอยที่หว่างคิ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนที่ร้ายกาจที่สุด ฉะนั้นวิธีต่อสู้กับแสงแดดที่ได้ผลที่สุดคือ "หลีกเลี่ยง" แม้การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ จะช่วยปกป้องผิวของคุณได้ในระดับหนึ่ง แต่สารตกค้างจากครีมกันแดด อาจทำให้ผิวกร้าน และระคายเคือง คนผิวมันอาจทำให้เกิดสิว และสารกันแดดประเภทออยฟรี ก็มักมีค่า SPF ต่ำ เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดหลีกเลี่ยงแดดจัดมากที่สุดเท่าที่ทำได้

นอกจากนั้นก็กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างถูกหลัก สม่ำเสมอ อาจใช้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยลดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซน์คิว 10
สำหรับกรณีที่คอลลาเจนถูกทำลายไปแล้ว ควรกินอาหารที่มีแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งมีอยู่ในผักทุกชนิดวิตามินซีอยู่ในส้ม ผลไม้ ผักสีเหลือง วิตามินอีในผักสีเขียวกับถั่ว ส่วนอาหารเสริมไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่าได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์

โดยปกติผิวหน้าคุณเต่งตึงสวยงามอยู่ได้ เพราะ สาร คอลลาเจน ที่อยู่ใต้ผิว ฉะนั้นเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิต คอลลาเจน ได้น้อยลง หรือความสมบูรณ์ของ คอลลาเจนเสื่อมลง ริ้วรอยย่อมเกิดขึ้น แต่เกิดช้าๆ ทีละน้อย เริ่มจากรอยเล็กๆ บางๆ จนแทบมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป มารู้ตัวอีกทีก็เป็นรอยลึกเสียแล้ว ซึ่งในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติล้วนมีต้นทุน คอลลาเจน แตกต่างกัน

ส่วนคนเอเชียอย่างเรา แม้คอลลาเจนไม่แข็งแรงเท่าคนผิวดำ แต่ดีกว่าฝรั่งเยอะ เปรียบเทียบคนไทยกับฝรั่งที่อายุเท่ากันจะเห็นว่าคนไทยสาวใส ดูดีกว่ามาก

นอกจานี้สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิต ก็มีส่วนในการเกิดริ้วรอยด้วยเช่นกัน แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีดูคุณภาพผิวที่แท้จริงด้วยการเปรียบเทียบระหว่างผิวที่ใบหน้ากับผิวที่ก้น ถ้าผิวที่หน้ามีริ้วรอยมากมาย ในขณะที่ก้นยังเต่งตึงอยู่ละก็ แสดงว่าพื้นฐานผิวคุณดี ปัจจัยภาพนอกเป็นตัวการทำลาย คอลลาเจน และก่อให้เกิดริ้วรอย เช่น แสงแดด สูบบุหรี่จัด โดยเฉพาะผู้หญิงที่สูบบุหรี่จัด การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เป็นต้น
  • อย่างไรก็ตามมีการศึกษาการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าของผู้หญิง พบว่าจะแตกต่างกันตามวัยที่เพิ่มขึ้นดังนี้ ปลายอายุ 20 เริ่มมีริ้วรอยบางๆ ที่ใต้ตา ริ้วรอยรอบๆ ตา ซึ่งเป็นผลจากการยิ้ม 
  • ต้นอายุ 30 มีริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาลึกขึ้น และรวมตัวชัดเป็นรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาที่หางตา และริ้วรอยบางๆ ระหว่างคิ้วและบนหน้าผาก ที่เป็นผลจากกิริยาขมวดคิ้ว- ปลายอายุ 30 รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา หน้าผาก และหว่างคิ้วเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก รอยเหี่ยวใต้ตา และร่องแก้มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก 
  • อายุ 40 ขึ้นไป รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ริมฝีปาก หน้าผาก และหว่างคิ้ว รอยเหี่ยวย่นจากการหย่อนคล้อยของผิวหน้า เส้นริ้วรอยที่ลำคอ 
ผู้หญิงส่วนใหญ่มักกังวลกับริ้วรอยบนใบหน้ามาก หรือพูดง่ายๆ กว่ากลัวแก่นั่นเอง แต่ความจริงในทางกลับกันถ้าริ้วรอยนั้นๆ เกิดขึ้นอย่างสมวัย ก็ทำให้คุณภูมิฐาน น่าเชื่อถือได้เหมือนกัน จึงขอแบ่งริ้วรอยออกเป็น 3 ประเภท คือ
  • ริ้วรอยที่(ควร)รับได้ เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมกับวัย เช่น รอยตีนกา ร่องแก้มที่เกิดจากการยิ้ม ซึ่งจะทำให้ดูใจดี โอบอ้อมอารี มีความสุข 
  • ริ้วรอยที่(ควร)รับไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นร่องรอยจากพฤติกรรม เกิดจากความเครียด ความกังวล ทำให้แลดูสูวัยกว่าอายุจริง เช่น บริเวณรอบริมฝีปาก หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รวมถึงริ้วรอยใต้ตา 
  • ริ้วรอยแถม คือ ริ้วเล็กๆ จำนวนมาก ทำให้ดูเหมือนผิวไม่เรียบเนียน พวกนี้ไม่ใช่ริ้วรอยถาวร เกิดจากผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื่น เมื่อทาครีมบำรุงอย่างต่อเนื่องจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยพวกนี้ไม่เกี่ยวกับคอลลาเจนเลย

วิธีทา Eye Shadow ให้สวยเด้ง สำหรับคุณผู้หญิง "แบบมืออาชีพ"

วิธีทา Eye Shadow ให้สวยเด้ง สำหรับคุณผู้หญิง "แบบมืออาชีพ"
How to Apply Eye Shadow pretty professional
หนึ่งขั้นตอนของการแต่งหน้าที่คุณผู้หญิงหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องยากนั่นก็คือ การทา Eye Shadow ลงบนเปลือกตาเพื่อแต่งแต้มสีสันเปลือกตาให้สวย ซึ่งจะมีวิธีเลือกทา Eye Shadow อย่างไรดีละ เนื่องมี Eye Shadow หลายแบบซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบเป็นฝุ่นธรรมดา แบบชิมเมอร์ แบบกลิทเตอร์ มีประกายวิ้งๆ หรือไฮไลท์ ให้เลือกตั้งมากมาย แต่จะแต่งแต้ม Eye Shadow อย่างไรให้สวยนั้นต้องติดตามวิธีทา Eye Shadow ให้สวยเด้งแบบมืออาชีพที่ผมนำมาฝากกับคุณผู้หญิงกันครับ

ตำแหน่ง สิวบนใบหน้า บอกอะไร

ตำแหน่ง สิวบนใบหน้า บอกอะไร
ราบกันหรือไม่ว่า... ตำแหน่งของสิวที่เกิดบนใบหน้าสามารถสื่อถึงสุขภาพภายในร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ ทำให้เข้าใจได้ถึงสาเหตุการเกิดปัญหาสุขภาพผิวได้ รีบสำรวจตัวเองกันดีกว่า ว่าเจ้าสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเรามักอยู่ที่บริเวณใด
ตำแหน่ง สิวบนใบหน้า
หน้าผากด้านซ้ายและขวา 1,3
มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต สาเหตุจากการมีความเครียดสูง และล้างหน้าไม่สะอาด ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้น หรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
หว่างคิ้ว 2
มีปัญหาเกี่ยวกับตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโตส รับประทานอาหารรสจัดหรือรับประทานอาหารดึกเกินไป
ใบหูทั้งสองข้าง 4,10
มีปัญหาเกี่ยวกับไต หรือล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟและแอลกอฮอล์มากเกินไป หากรู้สึกร้อนที่หูคุณอาจต้องรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
แก้ม 5,9
บริเวณแก้มส่วนบน มีปัญหาเกี่ยวกับไซนัสและปอด บริเวณแก้มส่วนล่าง มีปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟัน สาเหตุคือ สูบบุหรี่จัด แพ้ควันบุหรี่ เป็นภูมิแพ้ หวัดเรื้อรัง ใช้รองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาโรคปอดหรือการหายใจ
รอบดวงตาทั้งสองข้าง 6,8
มีปัญหาเกี่ยวกับไตและภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเครื่องสำอาง แว่นตา การมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก พักผ่อนน้อย อาการภูมิแพ้ และขาดสารอาหาร
จมูกและเหนือริมฝีปาก 7
มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและระบบสืบพันธุ์ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือวัยทอง หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด หากมีผิวสีแดงเข้มที่จมูกอาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง
ใต้ริมฝีปากซ้ายและขวา 11,13
มีปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ สาเหตุคือ ทำความสะอาดได้ไม่ดีพอหรือมาจากความสมดุลทางฮอร์โมน หากผิวบริเวณนี้แตกระแหง สามารถบอกได้อีกว่าคุณกำลังมีปัญหาของฟันกรามหรือปัญหาเกี่ยวกับฟัน
ปลายคาง 12
มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ที่มีผลจากการรับประทานของเผ็ดมากเกินไปจนทำให้ลำไส้มีปัญหาในการดูดซึม

สมุนไพรรักษาโรคผิวหนังอักเสบจากสิว

สิวเป็นโรคเรื้อรัง พบบ่อยมากเป็นอันดับต้นๆ ของปัญหาโรคผิวหนังอักเสบ มักเป็นในวัยรุ่น แต่บางครั้งเลยวัยรุ่นไปแล้วก็อาจเป็นได้ ลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็นสิวคือ เป็นเม็ดสิวอุดตัน ที่เรียกกันว่า คอมมิโดน ถ้าเป็นเม็ดนูนเล็กๆ ไม่มีรูเปิดเรียก สิวหัวขาว ถ้ามีรูเปิดที่ผิวหนังมองเห็นเป็นจุดดำอยู่ตรงกลางเรียก สิวหัวดำ นอกจากนี้อาจเกิดเป็นตุ่มนูนเล็กๆ แดงๆ อาจเห็นเป็นตุ่มหนอง ,หรือตุ่มนูนแข็งเม็ดโต หรือตุ่มแดงอักเสบแบบถุงซีสต์ที่เรียกกันว่า สิวหัวช้าง สิวที่สร้างความวิตกมากคือ สิวบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่พบบ่อย ในบางรายอาจเกิดบริเวณ คอ หลัง อก สาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ

ห่านหางจรเข้

ฮอร์โมนเพศ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมไขมันโตเต็มที่ผลิตน้ำมันมากขึ้น ท่อของต่อมไขมันหนาตัวมีการอุดตัน น้ำมันระบายออกไม่ได้คั่งค้างอยู่ภายใน เชื้อแบคทีเรียที่อยู่บริเวณนี้แบ่งตัวเพิ่มขึ้น ย่อยสลายไขมันทำให้เกิดความระคายเคือง และท่อต่อมไขมันแตกออก กรดไขมันออกสู่บริเวณข้างเคียงเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้น ความรุนแรงของสิวแต่ละคนแตกต่างกันไป บางรายเป็นมากบางรายเป็นน้อย สิวอักเสบอาจกำเริบได้ในช่วงมีความเครียด เช่น อดนอน หรือในผู้หญิงช่วงใกล้มีประจำเดือน นอกจากนี้การบีบแกะสิว จะกระทบกระเทือนและนำเชื้อโรคเกิดการอักเสบมากขึ้น และมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นเมื่อสิวหายแล้ว

การดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส

ปัจจุบันนี้ในสังคมยุคใหม่ ผู้คนต่างพากันให้ความสนใจดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพของตนเอง และครอบครัวเชื่อว่ามีท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยมาตรวจร่างกาย ตรวจเช็คสุขภาพประจำปี ตั้งแต่การตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ การเจาะเลือด การตรวจเอกซเรย์ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจอัลตราซาวนด์ ฯลฯ หลายท่านก็ต้องการตรวจดูว่า ตนเองเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ตับ ไต กระดูก ฯลฯ นอกจากนี้ หลายท่านก็มีความห่วงใย เอาใจใส่ต่อการดูแลสุขภาพทางด้านผิวหนังของตนเองอีกด้วย
การดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส

มีคำถามบ่อยครั้งมากว่ามีหลักการวิธีการดูแลสุขภาพผิวพรรณให้สวยงาม ผ่องใส สดใส ปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือจุดด่างดำต่างๆ หรือหายจากอาการคัน แผล พุพองต่างๆ ฯลฯ แสดงว่าปัจจุบันนี้หลายท่านได้ให้ความสนใจที่จะดูแลทะนุถนอมผิวพรรณของท่านให้สวยงาม แข็งแรง ไม่แพ้อวัยวะอื่นๆ ภายในร่างกายของท่านเองนะครับ

วิธีการดูแลง่ายๆซึ่ง พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ ได้กล่าวไว้คือ
การดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส ท่านสามารถทำได้ไม่ยากเลย มีหลักการง่ายๆ ดังต่อไปนี้


1. ครีมถนอมผิว (Moisturizer, Emoillient) 
  • ครีมที่ใช้ทาบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นขึ้น ส่วนใหญ่จะมีสารประกอบพวกยูเรีย กลีเซอรีน มิเนอรัลออยล์ เลซิทิน วิตามินอี ลาโนลิน ยูเซอริน ฯลฯ ใช้ทาเพื่อทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่เหี่ยวเฉา
  • ควรจะทาครีมหรือโลชั่นทุกครั้งหลังจากอาบน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าท่านชอบอาบน้ำอุ่นเป็นประจำหรืออาบน้ำนานมาก เพราะผิวจะแห้งมาก
  • ไนท์ครีม น่าจะทาหน้าก่อนนอนเป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าท่านชอบนอนห้องแอร์
  • ถ้าต้องล้างมือบ่อย ควรทาครีมบำรุงผิวมือบ่อยๆ หลังล้างมือ
  • ส่วนจะใช้ยี่ห้อไหนดี ใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงมาก ใช้ที่มีส่วนประกอบของสารข้างต้น ครั้งแรกลองใช้ทาเฉพาะที่ก่อน ถ้าทาไป 3-4 วัน แล้วไม่แพ้ก็ใช้ทาทั่วไปได้

2. ครีมกันแดด (Sunscreen)

  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 11.00-15.00 น. เพราะแสงแดดช่วงเวลานี้ จะมีรังสีอัลตราไวโอเลตสูงมาก
  • ควรสวมหมวกใบใหญ่ ปีกกว้าง ถือร่ม ใส่เสื้อแขนยาว ใส่แว่นตากันแดด ถ้าท่านต้องตากแดดเป็นประจำ
  • ทายากันแดดที่มี SPF มากกว่า 15 ขึ้นไป
  • ยากันแดดใช้ยี่ห้อไหนดี ถ้าท่านแพ้ง่าย ควรใช้ยากันแดดที่มีส่วนผสมของติเตเนียมไดออกไซด์ ซึ่งใช้หลักการคล้ายกับการสะท้อนแสง ทาแล้วจะกันแดดได้ดีเพียงแต่ทาแล้ว อาจจะมีใบหน้าขาววอกไปหน่อย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะมีส่วนผสมของซินนาเมต ซึ่งก็ใช้ทากันแดดได้ผลดีเช่นกัน และหน้าไม่ขาววอกเกินไป
  • ครั้งแรกที่ทายากันแดด ควรเริ่มทาที่บริเวณหน้าผากก่อน ทดลองทาดูประมาณ 3-4 วัน ถ้าไม่แพ้ วันหลังจึงทาทั่วใบหน้าได้นะครับ
  • การทายากันแดด ควรทาประมาณ 1/2 ชั่วโมงก่อนออกไปตากแดด ถ้าต้องตากแดดทั้งวันตอนบ่ายควรทายากันแดดซ้ำอีก 1 ครั้ง

3. ครีมที่ทำให้หน้าขาว (Whitening cream)

ปัจจุบัน มีครีมที่ทำให้หน้าขาวใสขึ้น ไร้รอยเหี่ยวย่น ลบริ้วรอยต่างๆ ซึ่งมีมากมายหลายชนิด ถ้าท่านอยากให้หน้าใสขึ้นก็ใช้ทาได้ ถ้าไม่แพ้นะครับ ถ้าแพ้ระคายเคืองก็ต้องหยุดใช้ยายี่ห้อนั้นๆ ดังกล่าวที่ค่อนข้างใช้ได้ผลดี และไม่ค่อยแพ้ ไม่อันตรายจนเกินไป มักจะมีส่วนประกอบของสารสำคัญดังนี้ คือ

  • กลุ่มกรดผลไม้ AHA
  • กลุ่ม BHA
  • กลุ่มกรดวิตามินเอ (Retinoic acid)
  • กลุ่มกรดอะเซเลอิค (Azeleic acid)
  • กลุ่มอื่นๆ เช่น วิตามินซี กรดโคจิค สารสกัดมัลเบอร์รี่
  • ถ้าท่านผิวดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมที่ทำให้หน้าขาวนะ

4. บำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

  • กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้มากๆ ดื่มน้ำเปล่ามากๆ วันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มเหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ต่างๆ น้ำชา กาแฟ มากเกินไป ไม่ดีนะ
  • อย่าทำงานหนักเกินไป อย่าเครียดงานมากเกินไป ถ้าท่านทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งวัน จะเกิดร่องรอยตีนกาชัดเจนมากขึ้น อย่างรวดเร็วมาก
  • ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง แล้วแต่บุคคลและวัยนะ
  • ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

5. หลีกเลี่ยงน้ำร้อน

การดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส
น้ำที่ร้อนจัดเกินไป หรือน้ำอุ่นแต่อาบน้ำนานมาก จะทำให้ผิวหนังแห้งมากจนเกินไป ถ้าอาบเป็นประจำทุกวัน ก็จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองคันได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านเป็นโรคผื่นแพ้คันอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นมากจนเกินไปนะ

  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน อาบน้ำอุ่นนานๆ บ่อยๆ
  • หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นบ่อยๆ
  • อย่าอบไอน้ำ อบตัวด้วยความร้อน อบเซาว์น่า บ่อยๆ จนเกินไปหรือนานเกินไป

6. หลีกเลี่ยงการทรมานผิวต่างๆ

  • ท่านที่ชอบการขัดหน้า นวดหน้า พอกหน้า หลายๆ รูปแบบนั้น จะยิ่งมีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้ง่าย หน้าจะยิ่งบางลง และไวต่อแสงแดดมากขึ้น มีโอกาสเกิด ฝ้า กระ สิว ได้มากขึ้น นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นแล้ว ยังเสียเวลาและเสียดายใบหน้าอีกด้วยนะครับ
  • การขัดตัว การที่ท่านไปขัดตัวตามสถานที่ต่างๆ หรือซื้อฟองน้ำ ใยบวบหรือหินขัดต่างๆ มาขัดด้วยตนเอง พอกสารหลายอย่าง แล้วขัดถูตัวกันอย่างจริงจังนั้น เป็นการทรมานผิวหนังของท่านมากจนเกินไปนะครับ คิดดูซิครับว่า ผิวหนังจะสกปรกอะไรกันนักหนา ถึงต้องขัดตัวขนาดนั้น เพราะฉะนั้นอาบน้ำฟอกสบู่เบาๆ ใช้แค่สบู่เด็กอ่อนๆ ถูเบาๆ ก็เพียงพอแล้วนะครับ
ที่กล่าวมาแล้ว ทั้ง 6 ประการนี้ ก็เป็นหลักการง่ายๆ ซึ่งทำได้ไม่ยาก เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส เท่าที่จะทำได้ตลอดไปนะครับ ขอให้ท่านผู้อ่านใกล้หมอทุกท่านจงมีสุขภาพผิวที่ดีนะครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.elib-online.com

เคลียร์สิว ยิ้มรับหน้าใส

สิวเป็นการอักเสบของระบบต่อมไขมันในรูขุมขน ปกติไขมันที่สร้างจากต่อมไขมันจะออกมาตามรูขุนขน หากมีการอุดตันของทางเดินก็จะทำให้เกิดสิว สิวมีหลายชนิดที่พบบ่อยๆได้แก่ สิวธรรมดาหรือที่เรียกว่า Acne vulgalis  สิวหัวดำ สิวที่มีการอักเสบเป็นหนอง บางรายมีตุ่มหนองด้วย

เคลียร์สิว ยิ้มรับหน้าใส
สาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดสิว

  • ฮอร์โมน ร่างกายสร้างฮอร์โมน Androgen ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปีดังนั้นจึงพบสิวมากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี
  • การผลิตไขมันมากขึ้นและร่วมกับเซลล์ผิวหนัง และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว
  • มีการเปลี่ยนแปลงของรากขน รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก จึงเกิดการอุดตันของต่อมไขมัน
  • แบคทีเรียโดยเฉพาะชื่อ Propionibacterium acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว
สิวมากหรือน้อยเกิดจากอะไรกันบ้าง
  • กรรมพันธุ์
  • การทำงานของต่อมไขมัน ถ้ามากกว่าปกติจะผลิตความมันมากและร่วมกับการดูแลรักษาความสะอาดไม่ทั่วถึงก็ทำให้เกิดสิว
  • อาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่ก็มีความเชื่อกันว่าการทานอาหารที่มัน หรือหวานจะเกิดสิวได้ง่าย
  • อากาศ ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว บางคนฤดูร้อน
  • อารมณ์ คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย
  • เครื่องสำอางเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว ควรสบู่ที่เหมาะกับสภาพผิวหนัง คนที่มีแห้งควรจะใช้สบู่ที่เป็นด่างอ่อน คนที่ผิวมันก็อาจจะใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างมากขึ้นได้ หรืออาจจะใช้สบู่ที่มีด่างอ่อนแต่ล้างหน้าบ่อยขึ้น
  • ครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกให้ถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวแห้งไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีความมันสูง
  • การระคายผิว เช่นการล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว
  • ยาบางชนิดทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น INH, Iodides, Bromide, Steroid, Testosterone Gonadotropine, Anabolic, steroid, ยาคุมกำเนิด

Growth Factor : อุบัติแห่งความงาม หายนะความสวยที่กู่ไม่กลับ

หาก Growth Factor คืออีกหนึ่งทางดิ้นของคลีนิกความงามหัวใส ที่อวดอ้างว่าปลอดภัยสำหรับคนที่กลัวการฉีดสารเคมี ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ growth factor ต่อไปนี้ อาจเป็นนวัตกรรมความงามที่แฝงภัยอันตรายที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ตามมาอย่างมากมาย หากใครที่กำลังตัดสินใจจะ "ทำสวย" ด้วยวิธีพิสดารโดยคิดว่าจะแก้ปัญหาผิวอย่างรวดเร็วทันใจ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
Growth Factor : อุบัติแห่งความงาม หายนะความสวยที่กู่ไม่กลับ

growth factor คืออะไร ลองมาทำความเข้าใจกันพอคร่าวๆ นะครับ โกรทแฟกเตอร์ เธอราปี (Growth Factor Therapy) คือนวัตกรรมเพื่อความงามที่สถานความงามทั้งหลายออกมาแจงสรรพคุณว่า เป็นนวัตกรรมความงามล่าสุดนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อลดอายุผิว มีขั้นตอนการทำโดยจะดำเนินการด้วยการฟื้นฟูเซลล์ผิวโดยใช้ Growth Factor จากตัวผู้รักษาเองมากระตุ้นพลังงานของเซลล์ผิวจากภายในด้วยการฉีด โดยอ้างว่าให้ความปลอดภัยสูงและเห็นผลเร็วโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม แถมราคาคอร์สการรักษาก็ใช่ว่าถูกๆ เพราะอยู่ตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ จนถึงหลายหมื่น แล้วแต่วิธีจูงใจที่แต่ละแห่งจะปรุงแต่งสรรพคุณ


หากเอ่ยชื่อสถานความงามที่เปิดคอร์สดังว่านี้ รับรองเป็นต้องร้องอ๋อ เพราะล้วนแต่มีชื่อจากการโหมโฆษณาตามสื่อต่างๆ เป็นประจำ โดยพยายามตอกย้ำว่าปลอดภัย ไร้สารเคมี แต่กลับไม่เคยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนทั่วไป โดยยกมาเพียงด้านเดียวของการรักษาซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แถมยังไม่ใช่การรักษาบำบัดฟื้นฟูผิวพรรณเพื่อความงาม ซึ่งยังไม่มีสถาบันไหนออกมารับรองให้ทำอย่างกว้างขวางได้


ส่วนในทางปฏิบัติที่ตรวจสอบพบ ปรากฏว่า ในขั้นตอนการรักษา ผู้ให้การรักษาจะทำโดยการนำเลือดจากร่างกายของเรามาปั่น ให้เลือดผ่านการแยกชั้นออกเป็น เกล็ดเลือด และน้ำ ส่วนที่จะถูกฉีดกลับเข้าสู่ผิวหน้าก็คือเกล็ดเลือด ที่เรียกว่า PRP (Platelet-Rich Plasma)


ขั้นตอนการฉีดที่พบในตอนนี้มีอยู่ 2 แบบ ตั้งแต่การทำให้เกล็ดเลือดมีความหนืดพอที่จะฉีดเข้าสู่ร่องผิว ซึ่งจะรู้สึกได้ในช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่ภายใน 1 สัปดาห์ผิวก็จะกลับสู่สภาพเดิม จนผู้รักษาอาจเข้าใจว่าจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง จึงกลับไปฉีดซ้ำอยู่เรื่อยๆ ตามแต่คำแนะนำของคอร์สที่ซื้อ ขณะที่อีกแบบหนึ่ง ผู้รักษาก็จะอ้างว่า เพิ่มการรักษาที่เข้มข้นขึ้นไปอีก โดยนำเกล็ดเลือดที่เจือจางกว่าแบบแรกฉีดลงไปในหลายๆ จุดของใบหน้าไปจนถึงลำคอ โดยอ้างว่าเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลที่ตามมาคือรอยจุด บวม ช้ำ หากผู้รักษาใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อทำความสะอาด ผลร้ายที่ตามมาคือการติดเชื้อ ผิวหนังบางคนที่ดีอยู่แล้ว อาจได้ของแถมที่เพิ่มจากความหย่อนคล้อย เกิดสิวหรือหนอง มีอาการผิวหนังอักเสบ นอกจากนี้ ในขบวนการเตรียมเลือด จะต้องมีการเจาะเลือด และมีการปั่น ดูด เอาส่วนที่ต้องการออกมาจากหลอดทดลอง ซึ่งทั้งหมดจะต้องใช้กระบวนการปลอดเชื้อ หลอดที่ใช้ในการปั่นอาจไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในคลินิกบางแห่งที่ซื้อหลอดราคาถูกเพื่อลดต้นทุน อาจก่อให้เกิดปัญหาได้


ในทางทฤษฎีกล่าวว่า เกล็ดเลือดเมื่อได้รับการกระตุ้น จะมีการหลั่งสารบางอย่างออกมาที่มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์ต่างๆ ที่เรียกว่า growth factor พบว่าในหลอดทดลอง เมื่อเอา buffy coat มาหยอดในจานเพาะเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพันแบ่งตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ดี การทดลองดังกล่าวพบว่าเลือดจากแต่ละคน มีคุณสมบัติต่างกัน คือจากบางคนสามารถกระตุ้นการแบ่งเซลล์ แต่จากบางคนไม่มีผลกระตุ้นเลย


นอกจากนั้น ปริมาณของ PRP ที่ใช้ก็มีผล คือทดลองใส่ปริมาณร้อยละ 5 หรือ 20 ในน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน พบว่าหากใช้ปริมาณสูงเกินไป จะยับยั้งการแบ่งเซลล์ได้ ปัจจุบันยังไม่เคยมีการตีพิมพ์รับรองการใช้ PRP ในการรักษารอยเหี่ยวย่นที่ผิวหนังในวารสารที่เชื่อถือได้


ในทางการแพทย์ การทำ PRP จะใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการเกล็ดเลือดต่ำ มีอาการเสียเลือดมาก หรือในบางครั้งวงการแพทย์ทางการกีฬา ก็อาจจะทำการเจาะเลือดนักกีฬาเพื่อนำไปปั่นแยกแล้วพักเก็บไว้ ก่อนจะฉีดเม็ดเลือดแดงที่มีปริมาณออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นกลับเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีประสิทธิภาพพร้อมก่อนลงทำการแข่งขัน โดยจุดนี้อาจทำให้สถาบันความงามหัวใสใช้เป็นจุดขายว่าจะช่วยทำให้สร้างเซลล์ใหม่ที่เปล่งปลั่งขึ้นหากฉีดเข้าสู่ผิวหน้า


ในส่วนของสมาคมแพทย์ผิวหนัง, แพทยสภา, ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย, และแม้กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารสุข ก็ไม่มีการยืนยันด้วยว่าเป็นวิธีการรักษาที่ผ่านการรับรอง และอยู่ในระหว่างดำเนินการแจ้งให้สถานบริการเสริมความงามที่เปิดคอร์สโกรทแฟกเตอร์ เธอราปี (Growth Factor Therapy) ระงับการบริการเมนูความงามนี้


เป็นอุบัติแห่งความงามที่ยังต้องรอข้อสรุป....แม้วิธีการหลีกเลี่ยงและเปิดรับข้อเท็จจริง ยังเป็นข้อแรกที่คนอยากสวยต้องหัดเตือนตัวเองก่อนจะห่วงดูแลแต่รูปกายภายนอกจนขาดสติ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : hisoshopp.com
ขอบคุณแหล่งภาพ : women.kapook.com

หล่อสวยด้วย 7 สูตรพอกผิวหน้า

7 สูตรพอกผิวหน้า จาก 7 ประเทศใครอยากสวย อยากหล่อ ฟังทางนี้ครับ!
แบบที่ 1 พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง (ประเทศสเปน) 
วิธีการ : ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้ง ไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพัก ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยง ที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วก็ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก ให้สะอาด เป็นอันเสร็จพิธี
แบบที่ 2 พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล (ประเทศเบลเยี่ยม) 
วิธีการ : ปอกแอปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก บดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบด จนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้างออก
แบบที่ 3 พอกหน้าด้วยแตงโม (ประเทศตุรกี) 
วิธีการ : ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ประโยชน์ของ คอลลาเจน

คอลลาเจน มีส่วนช่วยในการป้องกันอวัยวะในร่างกาย และเชื่อมอวัยวะต่างๆ ให้อยู่ด้วยกัน ช่วยให้โครงสร้างของร่างกายแข็งแรง และยืดหยุ่นดี ช่วยให้ข้อต่อต่างๆ ขยับเคลื่อนไหวไปมาไม่ติดขัด โดยเฉพาะข้อต่อในการรับน้ำหนักและขยับเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆ เช่นเดินหรือวิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ คอลลาเจนยังเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื้น เสริมความเรียบตึงให้กับ ผิวหนัง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับ โดยทำงานคู่กับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่ชื่อ “ อิลาสติน ” ( Elastin ) ในขณะที่ คอลลาเจน มีหน้าที่เสมือนโครงร่างผิว อีลาสติน ก็ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว ควบคู่กันไปด้วย

ประโยชน์ของ คอลลาเจน

ร่างกายของคนเรานั้นจะมี คอลลาเจน หนาแน่นในวัยเด็ก และจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา จึงเห็นได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจน เหล่านนี้จะเสื่อมสลาย ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลงอันเป็นสาเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย รวมถึงการเกิดปัญหาข้อเสื่อม กระดูกเสื่อม อันเนื่องมาจาก คอลลาเจน ใน กระดูก ลดลง ทำให้ กระดูก ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ขาดความยืดหยุ่น เปราะหักง่าย เป็นต้น โดยพบว่าคนที่มีอายุ 25 ขึ้นไป จะมีปริมาณ คอลลาเจน ลดลงทุกปี ปีละ 1.5% อย่างไรก็ตาม เราสามารถเสริมสร้าง คอลลาเจน ให้ร่างกายได้ ด้วยการฉีด คอลลาเจน เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้ และอีกวิธีที่ง่ายและสะดวกคือ การรับประทาน คอลลาเจน เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวหนังและเพื่อเสริมให้กระดูกแข็งแรง ควรรับประทาน คลอลาเจน และ แคลเซียม เสริมจะช่วยป้องกัน ภาวะกระดูกพรุน ได้