แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำ แสดงบทความทั้งหมด

รู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียง่ายกันหรือเปล่า

เหนื่อยอ่อนเพลียไม่ไหวแล้ว เพื่อนๆเหลายคนคงจะเคยได้ยินกันนะครับ ด้วยชีวิตกิจกรรมในแต่ละวันที่เร่งรีบ ไหนจะต้องตื่นแต่เช้ารีบไปทำงานหาเช้ากินค่ำหรือน้องๆที่ไปเรียนหนังสือ เวลานอนก็แทบจะไม่มี ทั้งการบ้าน เอางานมาทำที่บ้าน จึงเป็นเรื่องปกติที่ใครหลายๆคนจะรู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียง่ายกว่าเมื่อก่อนจริงๆ ลองให้เพื่อนๆเช็ดดูว่า ด้วยสาเหตุต่อไปนี้ อะไรที่ทำให้คุณเกิดอาการแบบนี้ และคุณเข้าข่ายข้อไหนกันตามที่ผมจะขอเอ่ยสาเหตุหลักๆที่มักจะมองข้ามกัน เมื่อพบปัญหาแล้วก็จะสามารถนำไปแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปนะครับ
ความเมื่อยล้า เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  1. นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยปกติแล้วผู้คนส่วนใหญ่ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะทำให้คุณเกิดอาการขาดสมาธิ และรู้สึกอ่อนเพลีย ดังนั้นท่านๆที่กำลังนอนดึกให้กลับไปอ่าน ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย ที่ผมได้นำมาเสนอไว้ด้วยนะครับ
  2. หยุดหายใจขณะนอนหลับ บางคนคิดว่าตัวเองนอนเพียงพอแล้วแต่ความเป็นจริง ร่างกายของคุณอาจเกิดการหยุดหายใจขณะที่คุณกำลังหลับได้ ซึ่งส่งผมทำให้ร่างกายเราขาดออกซิเจน หรือการหายใจไม่เป็นจังหวะ จึงทำให้ตื่นเป็นพักๆ หลายคนเริ่มสงสัยว่าทำไมเรานอนแล้วตื่นขึ้นมากลางดึกและบ่อยเป็นประจำ นอกจากฝันร้ายแล้วก็ยังมีสาเหตุจากตรงนี้ด้วยนะครับ คนอ้วนลงพุง หรือที่มีน้ำหนักตัวเยอะ โปรดระวังเป็นพิเศษ และท่านที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจอยู่แล้ว
  3. ดื่มกาแฟเป็นประจำ เราต่างก็รู้กันดีนะครับว่ากาแฟมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ กาเฟอีน ซึ่งเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่นมากขึ้นเวลาทำงาน ทำให้เจ้านายไม่ดุ แต่มีผลงานวิจัยพบว่า ในการรับสารประกอบกาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียแทน
  4. ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ หน้าที่ของฮอร์โมนไทรอยด์ ควบคุมการเจริญเติบโต ผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับเมตาบอลิซึมของร่างกาย เร่งการหายใจ ควบคุมการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกายมีความสำคัญต่อการสร้างพลังงาน และอุณหภูมิของร่างกายอย่างมาก ควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง ถ้าระดับฮอร์โมนต่ำกว่าปกติจะทำให้การทำงานของร่างกายช้าลง อ่อนเพลียไม่มีแรง ไม่กระฉับกระเฉง
  5. การขาดน้ำหรือได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการ การดื่มน้ำน้อย กินอาหารน้อย หรือมีการจำกัดอาหาร ลดความอ้วนของคุณเอง ซึ่งทำให้ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ร่างกายคนเราจะมีการควบคุมระดับน้ำตาลให้สมดุล ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในร่างกายไม่คงที่ และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียเช่นกันนะครับ
เป็นไงกันบ้างสำหรับสาเหตุปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียง่าย อาจมีบ้างข้อที่เป็นกิจวัตรประจำอย่างเช่นการดื่มกาแฟ เพิ่งรู้ว่าถ้าดื่มกาแฟเข้าไปมากๆแทนที่จะกระปรี่กระเปร่ากลับต้องอ่อนเพลียแทน ก็ด้วยสาเหตุแห่งความพอดีนั่่นแหล่ะครับ สุขภาพดีเราสามารถสร้างได้ทุกคน

ขอบคุณแหล่งภาพ : bayjai.com

ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย เพื่อสุขภาพแก่ตัวเรา

เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมถึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย และร่างกายคนเราก็อาจจะต้องการปริมาณน้ำที่ไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้วการดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว หรือประมาณวันละ 2 ลิตร ที่คุณอาจคงเคยได้ยินมาก่อน แต่อันที่จริงแล้วเรื่องปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อร่างกาย มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้แตกต่างกัน รวมถึงการมีโรคประจำตัวและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันด้วย
ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย เพื่อสุขภาพแก่ตัวเรา

น้ำจำเป็นต่อร่างกาย
เพราะภายในร่างกายเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักประมาณร้อยละ 60 ของน้ำหนักตัว ทุกระบบในร่างกายต้องการน้ำเป็นส่วนประกอบเพื่อให้อวััยวะส่วนต่างๆทำงานปกติ ทั้งช่วยในการขับถ่ายของเสียหรือสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย ช่วยนำพาสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับระบบทางเดินหายใจ หู คอ และจมูก ถ้าหากร่างกายขาดน้ำแล้ว จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง สูญเสียพลังงาน และระบบต่างๆ ของร่างกายก็เกิดเสียความสมดุลไปด้วย

ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในทุกๆ วัน ร่างจะสูญเสียน้ำออกจากร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ ทางเหงื่อ ทางเดินอาหาร และทางเิดินปัสสาวะ น้ำที่ขาดหายไปเราจึงต้องเติมน้ำเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ปกติ และเกิดสมดุลในร่างกาย เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป คำแนะนำทางด้านโภชนาการ สถาบันทางการแพทย์แนะนำว่า ผู้ชายควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 3 ลิตร หรือ น้ำ 13 แก้ว ส่วนผู้หญิงก็ควรดื่มให้ได้ 2.2 ลิตร หรือ 9 แก้วต่อวัน

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความต้องการน้ำในแต่ละวัน
เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะต้องดื่มน้ำให้ได้วันละเท่านั้นเท่านี้ จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราทำอยู่ อุณหภูมิที่อยู่ในร่างกาย โรคประจำตัว หรือสุขภาพที่เป็นอยู่ ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยต่อปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

การออกกำลังกาย ถ้าคุณออกกำลังกาย แล้วมีเหงื่อออกมาก อาจจะต้องการน้ำเพิ่มขึ้นอีกมากกว่าปกติ ยิ่งออกกำลังกายวันละหลายๆชั่วโมงย่อมส่งผลต่อความต้องการน้ำมากยิ่งขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่

สิ่งแวดล้อม อากาศร้อน จะทำให้เสียน้ำมากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องที่อุณหภูมิเย็นจัด ก็อาจทำให้มีการปัสสาวะมากยิ่งขึ้นเช่นกัน เช่นเดียวกับการขึ้นภูเขาสูง ก็มีความต้องการน้ำด้วย

สุขภาพเจ็บป่วย เมื่อมีไข้ อาเจียน ท้องเสีย จะทำให้เสียน้ำมากกว่าปกติ ถ้าหากกินได้ก็อาจมีการชดเชยด้วยน้ำเกลือแร่ แต่มีเฉพาะบางโรคที่มีการจำกัดการดื่มน้ำ โดยเฉพาะโรคหัวใจ หรือโรคไตบางชนิด ไม่ให้ดื่มน้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

คุณสามารถทดแทนการดื่มน้ำด้วยการรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำมากๆ อย่างพวกผักและผลไม้สดที่มีน้ำเยอะๆ เช่น แตงโม มะเขือเทศ หรืออาจเป็นเครื่องดื่มประเภทนมและน้ำผลไม้ก็ได้ แต่ก็ควรดูเรื่องแคลอรีด้วย หรืออาจใช้เทคนิคง่ายๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช่น ดื่มน้ำทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร นอกจากจะช่วยป้องกันการขาดน้ำ ยังช่วยไม่ให้รับประทานมากเกินไปอีกด้วย และควรดื่มน้ำในแต่ละช่วงพักของวันอีกด้วย หรือดื่มน้ำก่อน ระหว่างและหลังออกกำลังกายให้เพียงพอ

การดื่มน้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันการขาดน้ำ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ค่อยพบคนที่ดื่มน้ำมากเกินไป แต่การดื่มน้ำมากๆไปก็กลายเป็นผลเสียได้เช่นกัน เพราะจะทำให้ไตขับเกลือแร่ออกมาด้วย ทำให้โซเดียมในเลือดต่ำเกินไป

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : www.thaigoodview.com
ขอบคุณแหล่งภาพ : prachachat.net